อังคาร. เม.ย. 20th, 2021

สาระเรื่องวิ่ง

ข่าววิ่ง ความรู้เรื่องวิ่ง เคล็ดลับเรื่องวิ่ง งานวิ่งที่น่าสนใจ

ทำยังไงดีถ้าคิดจะเป็นนักวิ่ง แล้วมีน้ำหนักตัวเยอะ

1 min read
ทำยังไงดีถ้าคิดจะเป็นนักวิ่ง แล้วมีน้ำหนักตัวเยอะ

ทำยังไงดีถ้าคิดจะเป็นนักวิ่ง แล้วมีน้ำหนักตัวเยอะ

ทำยังไงดีถ้าคิดจะเป็นนักวิ่ง แล้วมีน้ำหนักตัวเยอะ คำตอบก็คือ ก็ลดน้ำหนักสิ (ฮ่า) แล้วก็จะโดนสวนมาว่าก็จะลดน้ำหนักไงถึงออกมาวิ่ง (ฮ่า) ถูกแล้วแหละว่าการวิ่งคือการออกกำลังแบบคาร์ดิโอวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความอ้วนหรือลดน้ำหนักอย่างได้ผล (ต้องคุมอาหารไปด้วยถึงจะเห็นผลเร็ว) แต่การที่มีน้ำหนักตัวเยอะนั้นก็เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เหนื่อยง่าย พร้อมกับมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากกว่าคนที่น้ำหนักตัวน้อย หรือน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติคิดง่าย ๆ หาเราน้ำหนัก 80 กิโลกรัม ก็เหมือนกับคนที่มีน้ำหนัก50กิโลกรัมวิ่งไปอุ้มเด็กน้ำหนัก30กิโลกรัมไปด้วย (อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับดัชนีมวลกายอย่างเช่นส่วนสูงด้วย) แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีน้ำหนักเกินจะวิ่งไม่ได้เพราะเรามีวิธีแนะนำมาฝากกันหากทำตามวิธีนี้แล้วรับรองว่านอกจากจะวิ่งได้ไกลขึ้น และดีขึ้นแน่นอน

เริ่มอย่างแรกเลย คือการหารองเท้าให้เข้ากับตัวเองให้มากที่สุดมาสักคู่หนึ่ง ควรเลือกรองเท้าที่นุ่มซัปพอร์ต ข้อเท้าและหัวเข่าได้ดี เพราะร่างกายที่มีน้ำหนักมากจะทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อส่วนต่าง ๆ ทำงานหนักขึ้นจะทำให้บาดเจ็บได้ง่าย ดูว่าเราเป็นคนฝ่าเท้าแบบไหนแล้วเลือกรองเท้าให้ตรงกับเรา

ถัดมาให้เริ่มเดินช้า ๆ สลับกับการเพิ่มความเร็ว หรือหากใครคิดว่าไหวก็อาจจะเป็นเดินสลับวิ่งช้า ๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกระดูก อาจจะเริ่มที่ครั้งละ 20-40 นาทีแล้วแต่ว่าไหวแค่ไหน (ไม่ควรต่ำกว่า20นาที และควรเริ่มจากเดินก่อนเท่านั้นเพื่อเป็นการวอร์มอัพไปในตัว) เมื่อรู้สึกว่าร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้นจึงเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งให้ได้ต่อเนื่องประมาณ 30 นาที (หรืออาจจะเดินให้น้อยลงแต่วิ่งมากขึ้น) หลังจากนั้นให้ทำการยืดเหยียดคูลดาวน์

หรือวิ่งตามแบบแผนที่จะมาแนะนำในรูปแบบนี้ก็ได้

เดินเร็วเพื่อเป็นการวอร์อัพ 10 นาที

วิ่งจ๊อกเบา ๆ 2 นาที ต่อด้วยเดินเร็ว 1 นาที

ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ให้ได้เวลาครบประมาณ 20-30 นาที

เดินเพื่อคูลดาวน์อีกประมาณ 10นาที ถือว่าจบ

ระหว่างที่วิ่งให้สังเกตอาการตัวเองว่ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ หรือจุกเสียดหรือไม่หากว่ามีก็ควรลดความเร็วของการวิ่งลง แต่อาการเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับนักวิ่งใหม่ หรือถ้ามีอาการเหนื่อยหอบ มากไปรวมไปถึงหน้ามืดก็ควรหยุดพักไปก่อนแล้วค่อยมาเริ่มใหม่ในวันถัดไป

 

# ออกกำลังกาย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Maratonasant-antonio © Copyright | Newsphere by AF themes.