ธันวาคม 9, 2021

สาระเรื่องวิ่ง

ข่าววิ่ง ความรู้เรื่องวิ่ง เคล็ดลับเรื่องวิ่ง งานวิ่งที่น่าสนใจ


Warning: sprintf(): Too few arguments in /home/nakamura/domains/maratonasant-antonio.com/public_html/wp-content/themes/newsphere/lib/breadcrumb-trail/inc/breadcrumbs.php on line 254

เปรียบเทียบ เดินกับวิ่ง

1 min read
เปรียบเทียบ เดินกับวิ่ง

เปรียบเทียบ เดินกับวิ่ง

การออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด และเป็นที่นิยมที่สุดในปัจจุบันก็คงไม่พ้นการวิ่งหรือการเดินแต่ก็มีหลาย ๆ คนที่กำลังคิดจะออกกำลังกายว่าจะวิ่งหรือจะเดินดี แบบไหนจะดีกว่ากันดังนั้นเราจึงมาเปรียบเทียบให้ดู

 

เปรียบเทียบ เดินกับวิ่ง

 

  • หากต้องการเผาผลาญแคลอรี

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการวิ่ง และการเดินคือจำนวนแคลอรีที่ถูกเผาผลาญ ไม่ใช่เป็นการนับเป็นกิโลเมตร แต่เป็นการนับต่อนาที

ยกตัวอย่างเช่นคนที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 70 กิโลกรัมเดินเร็ว เป็นเวลา 30 นาทีจะเผาผลาญได้ประมาณ 156 แคลอรี แต่การวิ่งด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงเป็นเวลา 30 นาทีเดียวกันนั้นจะเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าสองเท่า หรือประมาณ 356 แคลอรี

 

  • สุขภาพหัวใจ

การวิ่งทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าการเดิน การวิ่งจึงทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วย จากการวิจัยพบว่าความเสี่ยงของนักวิ่งต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 4.5%

แต่ผู้ที่เดินใช้พลังงานเท่ากันกับนักวิ่งทุกวัน—เผาผลาญแคลอรีเท่ากัน—มีระดับความเสี่ยงที่ต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 9 %

  • หากต้องการลดไขมันหน้าท้อง

การลดปริมาณ ไขมันหน้าท้อง ได้โดยเป็นการเดินสลับการวิ่ง อย่างการฝึกที่มีความเข้มสูง (HIIT) ที่เป็นการวิ่งด้วยความเร็วที่มีความเหนื่อยระดับโซน 4 – 5 ในระยะทางสั้น ๆ ประมาณ 100-200 เมตร หลังจากนั้นให้ผ่อนแรงเดินประมาณ 1 นาที ทำประมาณ25-30 นาทีต่อการฝึก 1ครั้ง จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้มากกว่าปกติ แต่คนที่จะฝึกแบบนี้ก็ควรจะผ่านการวิ่งมาระยะหนึ่งแล้วเพราะต้องใช้ร่างกายที่แข็งแรงและอดทนเป็นอย่างมาก

 

 

  • เกี่ยวกับข้อต่อ

จริง ๆ แล้วสำหรับในเรื่องข้อต่อ หรือข้อเข่าเสื่อมไม่ได้อยู่ที่ว่าจะวิ่งหรือเดิน มันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว เพราะหากมีน้ำหนักตัวที่มากแล้ววิ่งเข่าที่รับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้มากกว่า คนที่มีน้ำหนักตัวน้อย ดังนั้นหากรู้ว่าตัวเองมีน้ำหนักมากไปควรเลือกวิธีเดินไปก่อนพอน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ค่อยวิ่งก็จะลดความเสี่ยงได้ โดยการวิ่งก็ควรจะเป็นการวิ่งอย่างช้า ๆ แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความเร็ว และระยะทาง

  • สรุป

ไม่ว่าจะวิ่ง หรือเดิน หากมองถึงการได้สุขภาพที่ดีก็ล้วนแล้วแต่ได้เหมือนกัน อยู่ที่ความพร้อมของร่างกาย หากคุณมีร่างกายที่แข็งแรงก็ควรเลือกการวิ่ง แต่หากสุขภาพไม่เอื้ออำนวย การเลือกที่จะเดินก็ได้ประโยชน์เช่นกัน สิ่งที่สำคัญคือการทำประจำอย่างต่อเนื่องก็จะได้สุขภาพที่ดีในระยะยาวด้วย

 

 

เปรียบเทียบ เดินกับวิ่ง


 

.

.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Maratonasant-antonio © Copyright | Newsphere by AF themes.