วิ่งแล้วปวดหน้าแข้งทำยังไงดี
1 min read
วิ่งแล้วปวดหน้าแข้งทำยังไงดี
การบาดเจ็บที่บริเวณหน้าแข้งหรืออาการสันหน้าแข้งอักเสบ (Shin splint) สาเหตุหลักๆ เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น และเยื่อหุ้มกระดูกรอบ ๆกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งนักทุกคน โดยเกิดจากการที่นักวิ่งใช้ร่างกายในการซ้อมการวิ่งหนักมากเกินไป , ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังออกกำลังกายไม่เพียงพอ การใช้รองเท้าที่เสื่อมคุณภาพมาวิ่งก็เกิดขึ้นได้ หรือจะเป็นเรื่องของการวิ่งบนพื้นที่แข็งแต่ไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งก็มีส่วนทำให้เราเจ็บแข้งได้เช่นกันครับ และลองไปดูกันนะครับว่า วิ่งแล้วปวดหน้าแข้งทำยังไงดี
กลุ่มนักวิ่งที่พบว่ามักมีอาการนี้
-นักวิ่งที่มีเท้าแบน (Flat foot) หรือ เท้าคว่ำบิดออกนอก
-นักวิ่งที่เพิ่งเริ่มวิ่งใหม่ๆ
-ขาแรงที่เร่งซ้อมมากเกินไป
-นักวิ่งที่วิ่งบนพื้นแข็ง หรือใส่รองเท้าที่พื้นรองรับเท้าแข็ง
-นักวิ่งที่ชอบวิ่งเขย่งปลายเท้า
-นักวิ่งที่โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เช่น เท้าแบน (Flat foot)
ทำยังไงเมื่อรู้สึกปวดหน้าแข้ง
- ลดระยะการวิ่งหรือวิ่งช้าลง และอย่าลืมยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีก่อนและหลังการวิ่งทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่หนักกว่าเดิม
- ประคบเย็นครั้งละ 20 นาทีตรงบริเวณที่ปวดปวดเพื่อลดอาการอักเสบ (ห้ามประคบร้อนโดยเด็ดขาด)
- ใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างเทปหน้าแข้งเมื่อเราต้องการวิ่งจนกว่าจะหายปวด
- การดึงหรือยืดกล้ามเนื้อรูปแบบต่างที่อาจช่วยลดอาการ เช่นดึงยืดเอ็นร้อยหวายอย่างช้า
- ถ้ามีลักษณะเท้าแบน ควรเลือกร้องเท้าให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะคนที่มีเท้าแบนจะมีอาการตึงที่บริเวณนี้มากกว่าคนปกติ
- หลีกเลี่ยงการวิ่งขึ้นเนิน การวิ่งบนพื้นผิวที่แข็ง และการวิ่งบนถนนที่โค้ง
และแน่นอนว่าไม่ควรเร่งรีบเพื่อเพิ่มระยะจนมากเกินไป หรือเมื่อรู้สึกว่ามีอาการบาดเจ็บ สิ่งที่ควรทำเป็นสิ่งแรกคือการพักและทำการประคบเย็นไปก่อน และทำทำตาม 6 ข้อที่ทางเว็บไซต์ของเราแนะนำ หากท่านยังคิดที่จะวิ่งมีแต่จะทำให้อาการหนักยิ่งขึ้น หากรู้สึกว่าอาการดีขึ้นให้กลับมาออกกำลังกายโดยการ Cross Training ที่ไม่ลงน้ำหนักมากนักอย่าง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำก็ได้ ไปก่อนซักระยะแล้วจึงค่อยกลับมาซ้อมแบบเบา ๆหรือวิ่งช้า ๆ เมื่อหายแล้วค่อยจัดเต็มกันต่อไปนะครับแล้วอย่าลืมติดตามข่าวสาร สาระดี ๆเกี่ยวกับการวิ่งได้ทางเว็บไซต์ maratonasant-antonio ได้ทุกวันเลยนะครับ